ถนนมิตรไมตรี

อาหารที่ห้ามกินระหว่างการอ่านหนังสือ เพราะจะทำให้ง่วง

อาหารที่ห้ามกินระหว่างการอ่านหนังสือ เพราะจะทำให้ง่วง

อาหารที่ห้ามกินระหว่างการอ่านหนังสือ เพราะจะทำให้ง่วง แน่นอนว่าการอ่านหนังสือ ทบทวนความรู้สำหรับการเตรียมตัวสอบต่างๆ นั้น น้องๆ มักจะนำเอาอาหาร และเครื่องดื่มขึ้นมาดื่มไปด้วย อย่างไรก็ตามสำหรับอาหารและเครื่องดื่มบางอย่างนั้นไม่แนะนำให้น้องๆ รับประทานระหว่างการอ่านหนังสือ เพราะมันจะทำให้ง่วงได้ครับ สำหรับอาหารเหล่านั้น มีดังนี้ กล้วย เป็นผลไม้ที่น้องๆ ชื่นชอบ เพราะทั้งอร่อยและอิ่มท้อง อย่างไรก็ตาม กล้วยไม่เหมาะเป็นอาหารที่น้องควรกินระหว่างการอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบ เพราะมันจะทำให้สมองของน้องๆ หลั่งฮอร์โมนบางอย่างที่ช่วยทำให้สมองผ่อนคลาย นั่นก็คือสาเหตุที่เมื่อกินกล้วยแล้วเราจะง่วงนั่นเอง ช็อกโกแลต น้องๆ หลายคนชื่นชอบการเอาช็อกแลตมารับประทาน ระหว่างการอ่านหนังสือ เพราะช่วยแก้เครียดได้ดี แต่รู้หรือไม่ว่า ในช็อกแลต จะมีสาร Phenylethylamine ที่ช่วยทำให้เกิดความง่วงขึ้นโดยตรง ดังนั้นน้องๆ จะสังเกตได้ว่า เมื่อกินช็อกโกแลตแล้ว จะง่วงอย่างมาก ขนมปัง หรืออาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง เป็นอาหารที่เมื่อกินเข้าไปแล้ว ร่างกายจะทำให้เกิดการสังเคราะห์อินซูลิน ซึ่งเป็นตัวทำให้ระดับของน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น อาการต่อมาคืออาการง่วงนอนนั่นเอง ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตจะดีกว่า ในระหว่างการอ่านหนังสือ หรือทบทวนความรู้เตรียมสอบ นม หรือโยเกิร์ตรสต่างๆ สำหรับอาหารประเภทนี้ แม้จะเป็นอาหารที่ช่วยเพิ่มโปรตีน ซึ่งสำคัญสำหรับสมองก็ตาม แต่มันเป็นอาหารที่มีคุณสมบัติ ทำให้ง่วงได้เช่นกัน เพราะมันจะเป็นตัวแยกกรดอะมิโน ที่จำเป็นออกจากร่างกายของเรานั่นเอง ดังนั้นจึงเป็นคำตอบว่าทำไมเราดื่มนม …

อาหารที่ห้ามกินระหว่างการอ่านหนังสือ เพราะจะทำให้ง่วง Read More »

5เทคนิคการเพิ่มสปีดการอ่าน ทำให้อ่านเร็วมากขึ้น

5เทคนิคการเพิ่มสปีดการอ่าน ทำให้อ่านเร็วมากขึ้น

5เทคนิคการเพิ่มสปีดการอ่าน ทำให้อ่านเร็วมากขึ้น แน่นอนว่าการอ่านหนังสือ สำหรับเตรียมสอบนั้นเป็นวิธีที่ดีที่สุดวิธีหนึ่ง ในการเตรียมตนเองให้พร้อม สำหรับการสอบต่างๆ อย่างไรก็ตามสำหรับอุปสรรคสำคัญของการอ่านหนังสือในช่วงเตรียมสอบก็คือ การที่เรามีเวลาไม่พร้อมมากพอนั่นเอง ซึ่งสำหรับบทความนี้เราจะมานำเสนอ วิธีการในการอ่านหนังสือด้วยการเพิ่มสปีด แต่สามารถเข้าใจเนื้อหาได้ดีมาฝากกันครับ ถือหนังสือ โดยการทำมุมกับสายตาประมาณ 30 องศา ทั้งนี้เพราะมีการวิจัยออกมาแล้ว ว่ามุมดังกล่าวนั้นจะสร้างความสบายให้แก่สายตาระหว่างการอ่านหนังสือได้ดีที่สุด ห้ามอ่านแบบเอาหนังสือราบไปกับพื้นโต๊ะ เพราะจะเป็นตัวทำให้ดวงตาเกิดอาการเจ็บปวด หรือเมื่อยล้าได้ ถ้าอ่านไปนานๆ ดังนั้นหากน้องๆ ต้องการเพิ่มความเร็วในการอ่านอย่างสบายๆ ให้วางหนังสือห่างจากดวงตา โดยทำมุม 30 องศากับสายตาครับ ใช้เทคนิคพนักหน้าขึ้นลงไปมา จะช่วยทำให้ผ่อนคลายดวงตาลงอย่างมาก เพราะการพยักหน้าขึ้นลงไปมานั้น จะเป็นการช่วยให้ระบบของดวงตานั้นเกิดความเสถียร นอกจากนั้นยังเป็นการทำให้ดวงตานั้นได้รับการผ่อนคลาย จากการละสายตาออกมาจากหนังสือด้วยเช่นกัน นอกจากนั้นอีกวิธีหนึ่ง ที่ช่วยในการผ่อนคลายดวงตา นั่นก็คือการลดโฟกัสของดวงตาลงบ้างเป็นครั้งคราว จะช่วยทำให้กล้ามเนื้อของดวงตาผ่อนคลาย และสามารถที่จะอ่านได้เร็วมากขึ้นนั่นเอง ใช้นิ้วมือ หรือปากกาช่วยในการอ่าน เพราะการวิจัยของต่างประเทศ พบว่าการใช้นิ้วมือ หรือปากกาเป็นไกด์นำทาง ในการอ่านหนังสือ จะช่วยให้เราสามารถไล้สายตาได้เร็วมากขึ้นนั่นเอง โดยนักวิจัยพบว่าเราสามารถที่อ่านหนังสือได้เร็วมากขึ้น 2-3 เท่าใน 1 เดือน เมื่อทำเป็นประจำโดยยังสามารถเข้าใจเนื้อหาของบทเรียนได้อีกด้วย นอกจากนั้นแล้วการใช้มือหรือปากกาในการไกด์นำสายตา ยังเป็นการช่วยกระตุ้นให้เกิดสมาธิในการอ่านอีกต่างหาก เปลี่ยนจากการอ่านหนังสือแบบทีละคำ เป็นการอ่านแบบกลุ่มคำ …

5เทคนิคการเพิ่มสปีดการอ่าน ทำให้อ่านเร็วมากขึ้น Read More »

การฝึกฟังภาษาอังกฤษ ให้เข้าหู

การฝึกฟังภาษาอังกฤษ ให้เข้าหู

การฝึกฟังภาษาอังกฤษ ให้เข้าหู ก็อย่างที่หลายๆ คนนั้นรู้กันว่าการเริ่มต้นการฝึกทักษะภาษาอังกฤษให้ดีนั้น อันดับแรกที่ต้องฝึกให้ดีเลยก็คือการฟัง หรือ Listening นั่นเองครับ โดยบทความนี้จะมาแนะนำ อีกหนึ่งเทคนิคดีๆ ในการฝึกทักษะการฟังภาษาอังกฤษ มาฝากกันครับ ลองไปฝึกดูจะช่วยให้ฟังภาษาอังกฤษได้ดีขึ้น อันดับแรกนั้นเป็นการหาสื่อสำหรับการฝึกฟัง โดยส่วนมากแล้วคนจะนิยมการฝึกฟัง จากภาพยนตร์ซาวน์แทร็ก หรือจากเพลง จากคลิปเสียงต่างๆ เป็นต้น โดยสำหรับผู้ที่เริ่มฝึกทักษะการฟังนั้น อาจจะเริ่มจากหนังง่ายๆ ที่มีบทพูดไม่มากนัก หรือเพลงในจังหวะช้าๆ ก็ได้ครับ เริ่มการฟัง โดยการฟังรวดแรกทีเดียวจบ จากนั้นค่อยหยิบกลับมาฟังอีกครั้ง เพื่อให้สมองนั้นได้ทำการคุ้นเคยกับเสียง หรือบทสนทนาต่างๆ ที่เราได้ฟังไป การฟังซ้ำ อาจจะฟังซ้ำ 2-3 รอบก็ได้ โดยเอาให้พอฟังรู้เรื่องเนื้อหาทั้งหมดของสิ่งที่ฟังไป ทำการเขียนโน้ตสั้นๆ เพื่อสรุปเนื้อหาที่เราได้ฟังมา ว่าตรงกับเนื้อความของสื่อที่เราฟังไปหรือไม่ เมื่อเขียนเสร็จให้เอาส่วนที่เราเขียนไปเทียบกับเนื้อความจริงๆ ของสื่อ (เช่น เทียบกับเนื้อเพลง หรือบท Subtitle ของสื่อ) ดังนั้นในระยะแรกที่เริ่มทำการฝึกทักษะด้านการฟัง ควรเริ่มจากสื่อง่ายๆ ก่อน เพราะจำช่วยให้เราสามารถฝึกได้ง่ายกว่าการเริ่มด้วยสื่อยากๆ ที่มักจะสร้างความงงอย่างมาก เมื่อทำการฝึกตามข้อ 1-3 อย่างช่ำชองแล้ว ให้ลองฝึกโดยการเขียนเนื้อหาที่ได้ฟังออกมาใหม่ โดยการเรียนลำดับประโยคตามหลักของไวยากรณ์ …

การฝึกฟังภาษาอังกฤษ ให้เข้าหู Read More »