ถนนคู้-คลองสิบ

หัวไม่ดี แต่อยากเรียนเก่ง ทำแบบนี้สิ

หัวไม่ดี แต่อยากเรียนเก่ง ทำแบบนี้สิ

หัวไม่ดี แต่อยากเรียนเก่ง ทำแบบนี้สิ น้องๆ หลายคนที่คิดว่าตนเองหัวไม่ดี เชื่อหรือไม่ว่ามีส่วนน้อยเท่านั้น ที่หัวไม่ดีจริงๆ แต่ส่วนใหญ่แล้วมักเป็นการคิดไปเองหรือปฏิบัติตัวไม่เหมาะสม และส่งผลเสียต่อการเรียนมากกว่า สำหรับบทความนี้เราจะมาแนะนำ วิธีการปฏิบัติตนให้ถูกต้องสำหรับการเรียนเก่ง ที่น้องๆ ที่คิดว่าตัวเองหัวไม่ดี สามารถนำไปปรับใช้ เพื่อผลการเรียนที่ดีขึ้นได้ครับ อย่านอนดึก และควรนอนหลับอย่างเพียงพอ ง่ายๆ เป็นเรื่องของการพักผ่อนสมองนั่นเอง ซึ่งน้องๆ หลายคนที่ชอบนอนดึกนอนน้อย แม้จะทุ่มอ่านหนังสือแต่ก็ไม่ได้ผลอะไรขึ้นมา นั่นเพราะว่าสมองของน้องๆ มันมีอาการล้า ทำให้เรียนได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ดังนั้น อย่านอนดึก และควรนอนหลับพักผ่อนวันละ 6-8 ชั่วโมงขึ้นไป แค่นี้สมองก็จะลื่นและทำให้เรียนเก่งมากขึ้นครับ 2. อย่าวอกแวก เมื่ออยู่ในห้องเรียน โดยให้ตั้งใจกับครูและหน้ากระดานให้มากที่สุด สำหรับน้องๆที่ชอบนั่งหลังห้อง ให้เปลี่ยนมานั่งข้างหน้าห้อง และหยุดพฤติกรรมไร้สาระต่างๆ เช่น ชอบคุย ชอบเหม่อ ให้หมด แค่ทำแบบนี้เป็นประจำก็จะรู้สึกว่าเข้าใจเนื้อหาที่เรียนมากขึ้นกว่าเดิมมากเลยทีเดียว อย่าจดอย่างเดียว แต่ให้ทำความเข้าใจกับเนื้อหาที่ครูสอน ด้วยการฟัง และคิดตามให้รู้เรื่องซะก่อน จากนั้นจึงค่อยจดแต่ส่วนที่สำคัญ สำหรับการทวนทวนในภายหลังลงในสมุดโน้ตส่วนตัว เตรียมความพร้อม ในคาบเรียน หรือชั่วโมงเรียนถัดไป เป็นอีกหนึ่งวิธี ที่คนเรียนเก่งเขาทำกัน ทั้งนี้น้องๆ …

หัวไม่ดี แต่อยากเรียนเก่ง ทำแบบนี้สิ Read More »

การฝึกฟังภาษาอังกฤษ ให้เข้าหู

การฝึกฟังภาษาอังกฤษ ให้เข้าหู

การฝึกฟังภาษาอังกฤษ ให้เข้าหู ก็อย่างที่หลายๆ คนนั้นรู้กันว่าการเริ่มต้นการฝึกทักษะภาษาอังกฤษให้ดีนั้น อันดับแรกที่ต้องฝึกให้ดีเลยก็คือการฟัง หรือ Listening นั่นเองครับ โดยบทความนี้จะมาแนะนำ อีกหนึ่งเทคนิคดีๆ ในการฝึกทักษะการฟังภาษาอังกฤษ มาฝากกันครับ ลองไปฝึกดูจะช่วยให้ฟังภาษาอังกฤษได้ดีขึ้น อันดับแรกนั้นเป็นการหาสื่อสำหรับการฝึกฟัง โดยส่วนมากแล้วคนจะนิยมการฝึกฟัง จากภาพยนตร์ซาวน์แทร็ก หรือจากเพลง จากคลิปเสียงต่างๆ เป็นต้น โดยสำหรับผู้ที่เริ่มฝึกทักษะการฟังนั้น อาจจะเริ่มจากหนังง่ายๆ ที่มีบทพูดไม่มากนัก หรือเพลงในจังหวะช้าๆ ก็ได้ครับ เริ่มการฟัง โดยการฟังรวดแรกทีเดียวจบ จากนั้นค่อยหยิบกลับมาฟังอีกครั้ง เพื่อให้สมองนั้นได้ทำการคุ้นเคยกับเสียง หรือบทสนทนาต่างๆ ที่เราได้ฟังไป การฟังซ้ำ อาจจะฟังซ้ำ 2-3 รอบก็ได้ โดยเอาให้พอฟังรู้เรื่องเนื้อหาทั้งหมดของสิ่งที่ฟังไป ทำการเขียนโน้ตสั้นๆ เพื่อสรุปเนื้อหาที่เราได้ฟังมา ว่าตรงกับเนื้อความของสื่อที่เราฟังไปหรือไม่ เมื่อเขียนเสร็จให้เอาส่วนที่เราเขียนไปเทียบกับเนื้อความจริงๆ ของสื่อ (เช่น เทียบกับเนื้อเพลง หรือบท Subtitle ของสื่อ) ดังนั้นในระยะแรกที่เริ่มทำการฝึกทักษะด้านการฟัง ควรเริ่มจากสื่อง่ายๆ ก่อน เพราะจำช่วยให้เราสามารถฝึกได้ง่ายกว่าการเริ่มด้วยสื่อยากๆ ที่มักจะสร้างความงงอย่างมาก เมื่อทำการฝึกตามข้อ 1-3 อย่างช่ำชองแล้ว ให้ลองฝึกโดยการเขียนเนื้อหาที่ได้ฟังออกมาใหม่ โดยการเรียนลำดับประโยคตามหลักของไวยากรณ์ …

การฝึกฟังภาษาอังกฤษ ให้เข้าหู Read More »